วันศุกร์, กรกฎาคม 25

ชายฝั่งในประเทศไทยและพื้นที่การกัดเซาะชายฝั่ง


       ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 3,148.23 กิโลเมตร ครอบคลุมจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัดโดยชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย มีความยาว 2,055.18 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัด และชายฝั่งทะเลด้านอันดามัน มีความยาว 1,093.14 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลรวม 6 จังหวัด (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2554) ปัจจุบันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นที่ยอมรับว่าต้องมีการเยียวยาอย่างเร่งด่วนเนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งกว่า 12 ล้านคน และพื้นที่ชายฝั่งยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจหลายด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การประมงชายฝั่ง ซึ่งสามารถสร้างอาชีพและรายได้ต่อชุมชนและประเทศอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย ป่าชายเลน แนวปะการัง และหญ้าทะเลอีกด้วย 


         รัฐบาลได้เล็งเห็นสภาพปัญหาของการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยจึงได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีปรึกษาหารือและมีมติให้ความเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งออกมา 3 มติ ได้แก่ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2553 สาระสำคัญมุ่งเน้นให้หน่วยงานต่างๆ ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการอย่างบูรณาการ ให้มีการศึกษาออกแบบโดยให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การส่งเสริมการเรียนรู้ของทุกภาคส่วนและที่สำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย จังหวัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สำหรับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับมอบหมายให้จัดตั้งหน่วยงานประสานงานหลักในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการการแก้ไขปัญหารการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งปี 2554 - 2559





วันศุกร์, กรกฎาคม 18

ทรัพยากรป่าชายเลน

        ป่าชายเลน (Mangrove forest) คือ ระบบนิเวศที่ประกอบไปด้วยพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หลายชนิด ดำรงชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเลน น้ำกร่อย และมีน้ำทะเลท่วมถึงอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงพบป่าชายเลนปรากฏอยู่ทั่วไปตามบริเวณที่เป็นชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำ ทะเลสาบ และ รอบเกาะแก่งต่างๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล พันธุ์ไม้ที่มีมากและมีบทบาทสำคัญที่สุดในป่าชายเลน คือ ไม้โกงกาง ป่าชายเลนจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ป่าโกงกาง 

        ความสำคัญและประโยชน์ของป่าชายเลน 
        ป่าชายเลนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของชายฝั่งทะเลและนับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มหาศาลทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ 

        • ป่าชายเลนเป็นแหล่งพลังงาน และแหล่งวัตถุดิบไม้ใช้สอยและก่อสร้างในครัวเรือน 
        แหล่งพลังงานที่สำคัญในป่าชายเลนได้มาจากถ่าน ไม้ป่าชายเลนที่นิยมนำมาเผาถ่านคือ ไม้ โกงกาง เพราะติดไฟทนทาน ไม่มีควัน ไม่ปะทุแตกไฟ ได้ก้อนถ่านสวยงาม ขายได้ราคาดี ปัจจุบัน ถ่านไม้โกงกางที่มีชื่อเสียง คือถ่านไม้โกงกางบ้านยี่สาร จ.สมุทรสงคราม นอกจากนี้ไม้ป่าชายเลนมีประโยชน์ใช้สอยและก่อสร้าง เช่น ไม้เสาเข็ม ไม้ค้ำยัน ไม้ ก่อสร้าง แพปลา อุปกรณ์การประมง เฟอร์นิเจอร์ ไม้หลายชนิดนำมาสกัดจะได้แทนนิน ใช้ทำน้ำ หมึก ทำสี ทำกาว ย้อมอวน ฟอกหนัง เป็นต้น

        • ป่าชายเลนเป็นแหล่งพืชผักและพืชสมุนไพร 
        พืชในป่าชายเลนสามารถนำมาใช้เป็นผักพื้นบ้านจำนวน หลายชนิด เช่น ใบชะคราม ยอดเป้ง ยอดผักเบี้ยทะเล ต้นจากก็เป็นพืชป่าชายเลนอีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำส่วนต่างๆ มาใช้ ประโยชน์ได้ คือ ใบนำมาทำเป็นตับมุงหลังคา ใบอ่อนสามารถนำมามวนบุหรี่ได้ น้ำจากยอดอ่อน นำมาทำน้ำตาลจากรสชาติดี ผลใช้กินเป็นของหวาน พืชในป่าชายเลนหลายชนิดนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้ เช่น เหงือกปลาหมอ มะนาวผี ใช้ รักษาโรคผิวหนัง ผลของตะบูนขาวใช้รักษาโรคบิดและโรคท้องร่วงได้ รากตาตุ่มทะเลใช้แก้อักเสบ แก้ไข้ แก้คัน เป็นต้น 

        • ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ 
        เศษซากพืชหรือเศษไม้ใบไม้และส่วนต่างๆ ของไม้ป่าชายเลนที่ร่วงหล่นลงมา จะถูกย่อย สลายกลายอินทรียวัตถุ กระบวนการย่อยสลายของอินทรียวัตถุเหล่านี้จะทำให้เกิดสารอินทรีย์ที่ ละลายน้ำ เช่น กรดอะมิโน ซึ่งสาหร่ายและจุลินทรีย์ต่างๆ จะสามารถใช้เป็นอาหารได้ และ จุลินทรีย์เหล่านี้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนต่อไป 

        • ป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นที่หลบภัยและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ นานาชนิด 
        สัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิดได้ใช้ป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัย และอนุบาลตัว อ่อนในบางช่วงของวงจรชีวิตของมัน เช่น ปลากะพงขาว ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากระบอก ปลา เก๋า กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย หอยดำ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง และหอยกะพง ปูแสม ปูม้า แต่สัตว์น้ำบางชนิดอาจใช้ป่าชายเลนเป็นทั้งแหล่งเกิดและอาศัยจนเติบโตสืบพันธุ์ เช่นปูทะเล 

        • ป่าชายเลนช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและใกล้เคียงโดยเฉพาะหญ้า ทะเลและปะการัง 
        ป่าชายเลนมีบทบาทในการรักษาสมดุลของธาตุอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของน้ำ ทะเลชายฝั่งซึ่งจะส่งผลถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง 

        • ป่าชายเลนช่วยป้องกันดินพังทลายชายฝั่งทะเล 
        รากของต้นไม้ในป่าชายเลน นอกจากจะช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแล้ว ยังช่วย บรรเทาความเร็วจากกระแสน้ำลง ทำให้ทำให้ตะกอนที่แขวนลอยมากับน้ำทับถมเกิดเป็นแผ่นดิน งอกใหม่ เมื่อระยะเวลานาน ก็จะขยายออกไปในทะเลเกิดเป็นหาดเลน อันเหมาะสมแก่การเกิด ของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนต่อไป 

วันศุกร์, กรกฎาคม 11

Environment News : 1

30 มิถุนายน 2557
ที่มา พิมพ์ไทย
โดย
        นายฮาเล็ม เจะมาริกัน ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) เปิดเผยถึงสภาพอากาศในพื้นที่จ.สตูล หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีหมอกควันที่เกิดจากการจุดเผาป่า เกาะสุมาตราเหนือ ประเทศอินโดนีเซียว่า ในสัปดาห์หน้าทางกรมควบคุมมลพิษ จะส่งรถโมบายสำหรับตรวจวัดคุณภาพอากาศลงพื้นที่จ.สตูล เพื่อทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่เกิดจากฝุ่นของการเผาไหม้จากป่า 



 
พร้อมระบุว่าถ้าประเมินจากการวัดคุณภาพอากาศหมอกควันที่สถานีอ.หาดใหญ่อยู่ที่ 70ไมโครกรัม และพื้นที่ใกล้เคียงอ.หาดใหญ่ 40ไมโครกรัม ก็คาดว่าที่ในพื้นที่จ.สตูล ก็ไม่น่าจะเกิน100 ไมโครกรัม ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ที่ยังไม่มีผลต่อสุขภาพ เพราะเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัม แต่หากเกิน 120 ไมโครกรัมถือว่ามีผลต่อสุขภาพและระบบหายใจ 
        ทั้งนี้จากการตรวจสอบพื้นที่จุดที่มีการเผาล่าสุดประมาณ 37 จุด ลดลงจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีจุดเผาไหม้ 100 กว่าจุด หลังจากนั้นก็ลดลงมาเรื่อยๆ และปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 61 จุดอีกครั้ง ก่อนจะปรับลดลงมาเหลือ 37 จุดเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) และแม้ว่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศขณะนี้จะยังไม่เกินค่ามาตรฐานก็ตาม แต่ก็ได้แจ้งไปยังจังหวัดให้แจ้งเตือนประชาชนสวมหน้ากากหากต้องออกจากบ้าน 
        
        นายฮาเล็ม กล่าวว่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (2556) จะพบว่าจำนวนจุดเผาไหม้ป่าเกาะสุมาตราเกิดขึ้นกว่า 200 จุด ซึ่งในครั้งผลการวัดคุณภาพอากาศพบว่าปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ 128-130 ไมโครกรัม ถือว่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้ต้องมีมาตรการต่างๆออกมา ส่วนระยะเวลาในการเฝ้าระวังหมอกควันจากเกาะสุมาตราเหนือ อินโดนีเซีย จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.ปลายเดือนส.ค. ที่ต้องเฝ้าระวังหมอกควันจากอินโดนีเซีย 

        "ช่วงนี้เขาเรียกว่าช่วง 100 วันอันตราย เป็นช่วงหน้าแล้ว และมีการเผาป่าในเกาะสุมาตราเหนือ อินโดนีเซียทุกปี โดยแต่ละปีการพัดหมอดควันเข้ามาทางจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง จะเข้ามา 2 ทางคือ ทางฝั่งอ่าวไทย อ.เบตงจ.ยะลา หรือจ.นราธิวาส และทางฝั่งอันดามัน จ.สตูล ขึ้นอยู่กับกระแสลมที่พัดมาในช่วงดังกล่าว ปีนี้พัดเข้ามาทางจ.สตูล" ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 สงขลา กล่าว 


ที่มา : http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/

วันศุกร์, กรกฎาคม 4

การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ



>> เส้นทางการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
            ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้านป่าไม้และน้ำ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำ ซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งผลิตและเก็บกักน้ำธรรมชาติ เป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำลำธารปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เอ็กโก กรุ๊ป จึงมุ่งหวังจะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนการอนุรักษ์ผืนป่าไว้อย่างยั่งยืนเพื่ออนุชนรุ่นหลัง โดยจัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมรณรงค์เสริมสร้างจิตสำนึกการรักษาพื้นที่ “ป่าต้นน้ำ” ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ในปี 2552 ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ศึกษาธรรมชาติและกิจกรรมปลูกจิตสำนึกต่างๆ ดังนี้





มูลนิธิไทยรักษ์ป่า…เครือข่ายการอนุรักษ์ “ป่าต้นน้ำ” ให้คงอยู่ย่างยั่งยืน
            มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ก่อตั้งขึ้นจากเจตนารมณ์ของเอ็กโก กรุ๊ปและกรมป่าไม้ ที่จะร่วมกันสืบสานงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  โดยทุนเริ่มต้นจำนวน 10,000,000 บาท ได้นำขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและได้พระราชทานคืนเพื่อให้จัดตั้งมูลนิธิฯ 
            มูลนิธิไทยรักษ์ป่าเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2550  เพื่อสานต่อการดำเนินงานอนุรักษ์ ป่าไม้ต้นน้ำลำธารทั่วประเทศไทย ทั้งทางด้านการป้องกัน การสร้างจิตสำนึก การสร้างเครือข่ายแนวร่วม ตลอดจนการศึกษาค้นคว้าวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ อาทิ โครงการโรงเรียนไทยรักษ์ป่า สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า สำหรับชุมชน โครงการกองทุนไทยรักษ์ป่า สำหรับหน่วยงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์  และโครงการจัดทำสื่อและกิจกรรมประชาสัมพันธ์ สำหรับประชาชนทั่วไป